บทสัมภาษณ์คุณอุบุคาตะ (เอจนิวส์No4)
*ขออภัยคนที่รอการอัพบลอคครั้งใหม่(จะมีไหมเนี่ยเหอๆๆ) อาทิตย์ดึกๆจะมาอัพค่ะ ขอไปดูนาดะโซโซก่อน(ช่วงนี้ดูแต่หนังโศกแฮะ)อ้อ เวบหลักฮิโรอิคเอจที่สตาร์ไซน์ อัพรูปตอนที่ 1บางส่วนลงไปเมื่อวานแล้วนะคะ อาจจะมีซ้ำกับในอนิเมทบ้างบางรูป ลองไปดูกันได้ค่ะ
พอดีไม่ค่อยมีเวลา โน้ตย่อ เมนท์บาคุมัตสึตอนที่ 19 ที่นี่ชั่วคราวนะคะ ภาพงามมากตอนนี้
-- คาการิ โผล่ในบาคุฮิโรฮะด้วย (เค้าเหมาะกับพากย์เสียงผู้ชายมากกว่าผู้หญิงจริงๆแหละ)
--เบนิมารุน่ารักโครตตตตตตตตตตตตตตต
--โซเท็ตซึเซ็นเซย์เข้าโหมดรักเด็ก
--คาคุโนะโจน่ารักมากกกกกก ท่าฟันดาบก็งดงามสุดๆ
--เพลงแทรก"น้ำตา (นามิดะ) เพราะมากกก นึกตั้งนานเสียงใครคุ้นๆ เค้าก็คือ คุณอิชิคาว่าจิอากิ 1 ในSEE-SAWนั่นเอง (เพลงนี้อยากให้ลงในซาวน์แทร็ค2ด้วยจัง)
--และท่านโยขออู้ 1 ตอน (ไม่เห็นหน้าเห็นแต่หลัง )เกยตื้นมือยังกำดาบแน่นเลย เด็กเห็นยังกลัว(แหมเป็นเราสิ ต้องรีบไปช่วย)แอบเสียดายตอนนี้ผู้กำกับภาพคุณอนดะวาดงามอย่างเทพ ว่าแต่ทำไมน้ำเสียงท่านโยตอนต่อไปดูนุ่มจัง ไม่ขรึมแบบที่แล้วมาเลย

ภาพนี้วาดโดยคุณยามาโอกะค่ะ
มาเนจากับอิโอราออส ส่วนหุ่นทางซ้ายคือเพรเมียมโอกัน ที่ 2คน(พวกกลุ่มอัลโกโนท)นี้จะบังคับได้น่ะค่ะอย่างที่บอกใครมีความสามารถพิเศษอะไรเวลาบังคับก็จะใช้ความสามารถนั้นได้ตามไปด้วยส่วนเบลครอส(ที่มีเขี้ยวเอจจะบังคับ(รวมร่าง)ได้คนเดียว)
*ศัพท์เฉพาะจะเยอะค่อยๆจำไปนะคะ
บทสัมภาษณ์คุณอุบุคาตะก่อนฉายฮิโรอิคเอจ (บางส่วน )
การที่ได้กลับมาทำโครงการนี้รวมกลุ่มกับฮิราอิซังและxebec อีกครั้งนี่ มีที่มาอย่างไรบ้าง
อุบุคาตะ---หลังจากที่งานของฟาฟเนอร์ภาคพิเศษRIGHT OF LEFTจบลงทางกลุ่มโปรดิวเซอร์ก็ได้มาขอคุยถึงแผนการต่อไป แต่ตารางงานของผมค่อนข้างยุ่ง ตอนแรกตอบไปเพียงแค่ว่า"ถ้าจะให้ทำเพียงแค่ช่วยในส่วนของการสร้างโครงเรื่องล่ะก็จะทำให้ครับ"แต่พอมารู้สึกตัวอีกที ก็ได้ทำในด้านโลกทัศน์ พล็อตเรื่อง เขียนบทตอนที่ 1 จนกระทั่งทำถึงด้านรวบรวมเนื้อเรื่องด้วยซ้ำ การทำงานกับทีมงานของฟาฟเนอร์เหมือนมีแรงกระตุ้นแปลกประหลาดเข้ามาเสมอ รู้สึกกังวลอยู่เหมือนกันครับ
เรื่องในคราวนี้เป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มีอวกาศเป็นฉากหลัง เรื่องราวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วมีคีย์เวิร์ดที่เป็นแรงจูงใจในเรื่องอะไรบ้าง ช่วยบอกได้ไหมคะ
อุบุคาตะ-ตอนแรกทางซีเบ็คเสนอมาว่าให้มี"ทาร์ซาน"ใน"อวกาศ"อยากให้ออกแนวคนที่ไร้เดียงสารวมอยู่ในโลกทัศน์อันยิ่งใหญ่ เลยตีความออกมาว่า ถ้าหากพูดถึงทาร์ซานจะนึกถึงวีรบุรุษที่ปรากฎตัวโดยมีแนวคิดการดำรงชีวิต อุดมคติที่เป็นเอกเทศซึ่งแตกต่างจากสังคมมนุษย์ ก็เลยออกมาเป็นตัวละคร"เอจ"แต่แค่นั้นก็เอามาสร้างเนื้อเรื่องไม่ได้ง่ายๆจำเป็นต้องมีอะไรบางอย่างมาเสริมภาพรวมโดยทั่วไป จึงข้ามไปเอาอิมเมจของเทพกรีกที่สร้างภาพลักษณ์ความเป็นวีรบุรุษ ก็เลยจับภาพลักษณ์โดยรวมออกมาเป็นเผ่าพันธุ์ทอง เงิน บรอนซ์ วีรีบุรุษ และเหล็กขึ้นมา นอกนั้นก็จะมีตัวบอกใบ้อย่าง การฝึกฝนทนทุกข์ทรมาณทั้ง12 ของเฮอร์คิวลิส ออกมาแนว"เอจกับเบลครอส""โนโดสทั้ง4""กลุ่มอัลโกโนท"กับเดียเนอิร่า สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาค่อนข้างจะแตกต่างจากตำนานกรีกแน่ๆจะออกไปทางตำนานวีรบุรุษอวกาศในยุคปัจจุบันซะมากกว่า
จากโซคิวโนะฟาฟเนอร์ ชูวาลเออร์ มาถึงผลงานนี้มีเรื่องอะไรเป็นสิ่งที่ท้าทายบ้าง
อุบุคาตะ --ผลงานที่ผ่านมาคือเรื่อง"ที่มุ่งจากอดีตไปสู่อดีต" อีกด้าน เอจคือ การมุ่งไปสู่จุดหนึ่งในอนาคตอย่างเต็มที่ นั่นเป็นอนาคตในนามปธรรม ไม่ได้ตั้งใจจะเสนอให้เป็นรูปธรรม"ภาพลักษณ์ในอนาคต"ที่ว่าหลังจากนี้100ปีพวกคนจะใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้หรือเปล่า แต่อยากจะถามถึงรากฐานที่ว่า "มันจะยังมีความหวังอยู่ในอนาคตของพวกเราอยู่ไหม และข้อความในเรื่องจะมีเพียงหนึ่งเดียวคือ "มีความหวัง"เพียงจุดนี้จุดเดียวเทานั้น ซึ่งในจุดนั้นจะนำเสนออกมาอย่างชัดเจนไหม คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากที่สุดเลยครับ
ความสนุกอยู่ตรงไหน
อุบุคาตะ-ในระหว่างที่เนื้อเรื่องดำเนินไป ความสัมพันธ์ของตัวละครจะลึกซึ้งยิ่งขึ้น ต่างคนต่างมุ่งหน้าเข้าหากัน จะเกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนั่นเป็นจุดที่สนุกครับ
ธีมที่อยากบอกโดยสื่อผ่านทางเอจคือ
อุบุคาตะ--ในอนาคต ตราบใดที่ยังเชื่อว่ามีความหวังอยู่ นั่นแหละ คือความหวัง
ก็ประมาณนี้น่ะค่ะ พอดีแว๊บไปดูละครญี่ปุ่นมา ตายังเจ็บอยู่เลย (ร้องไห้)・゚・(ノД`)・゚・。
One Litre of Tears
พอดีเมื่อวานน้องชายแนะนำให้ดู คิดว่าเก่าแล้วล่ะ แต่เพิ่งจะมาดูตอนนี้..ดูไป6 ตอนเองค่ะ นั่งดูแล้วปรากฎว่าน้ำตาพรากทุกตอนเลย ยิ่งตอนที่ 6 นี่........เอาโอ่งมารองอย่างที่เพื่อนบอกยังไม่พอ
แถมคำพูดแต่ละคำเล่นเอาบาดใจสุดๆ อย่างที่บอกว่า"ทำไมโรคร้ายนี่ต้องมาเลือกตัวฉันด้วย" หรือไม่ก็ประโยคที่เขียนในไดที่บอกว่า"พอเอามือมาประสานกัน สัมผัสไปตรงหน้าอก รู้สึกได้ถึงเสียงเต้นของหัวใจ ใช่...ฉันกำลังมีชีวิตอยู่"....
เนื้อเรื่องและรายละเอียดลองไปอ่านที่ Blog ของ tokei (โทเค)<------ที่นี่เขียนละเอียดยิบมากเลยล่ะค่ะ
โรค Spinocerebeilar Atrophy ที่อายะซังเป็นนี่ภาษาไทย เรียกไม่ถูกorz ตอนแรกที่ดูนึกว่าจะเป็นเรื่องแต่ง เห็นท้ายตอนจบตอนแรกที่เอาภาพตัวจริงกับข้อความที่อายะซังเค้าเขียนในไดอารี่มาให้ดูนี่แหละ ซึ้งมาก พอคิดว่าเจ้าของคนที่เขียนข้อความนี้ไม่อยู่แล้ว ใจหายยังไงไม่รู้
(´・ω・)つ Only Human
พีวีธีมซองค์ของเรื่องค่ะ(เพลงจบ)
ส่วนนี่ ตัวอย่างภาพจากเรื่อง (มีสปอยหน่อย)
Comments
Kagaribi No Hanabira (2007-02-16 16:06)
คอยตามข่าวเรื่องนี้จากบล๊อกพี่ระนี่แหละ ^ ^ (ข่าวเร็วสุดแล้ว) กลุ่ม "อัลโกโนท" ถ้าอ้างอิงจากตำนานของกรีกน่าจะหมายถึง "อาร์โกนอท" ที่เป็นชื่อของกลุ่มวีรบุรุษที่ออกเดินทางเพื่อตามหาขนแกะทองคำกับเรืออาร์โก้มากกว่านะคะ (แค่สันนิษฐานน่ะค่ะ ^ ^ll เพราะสองคำนี้น่าจะเขียนเป็นโรมันจิออกมาคล้ายๆ กัน)
ชอบ Theme ของเรื่องจังเลย...^ ^ คมมากๆ สมเป็นคุณอุบุคาตะ
Akina (2007-02-16 19:47)
One Litre of Tears ไปอ่านพรีวิวมาแล้วค่ะ เศร้ามากๆเลย~
(ขนาดแค่อ่านพรีวิวยังร้องไห้เลยค่ะ > <)
☆:.。..。.:-sakura-:.。..。.:☆ (2007-02-18 21:40)
-kagaribi chan
ก็น่าจะเป็นไปได้ค่ะ เพราะคุณอุบุคาตะก็บอกว่าอ้างชื่อมาจากตำนานเทพกรีก แต่ระต้องอ่านตามญี่ปุ่นก่อนเพราะว่าช่วงนี้หาข่าวทางนั้นเป็นหลักน่ะค่ะเวลาพิมพ์คุยกันมันก็เลยต้องจำแบบเขาไปด้วยเลย เหอๆ
-akinachan
ยังไงลองไปหาดูที่ยูตูบได้นะคะ เรื่องนี้เศร้าจริงๆ น้ำตาระไหลออกมาเป็นโอ่งเลย แถมให้ข้อคิดสะท้อนเรื่องในสังคมหลายๆอย่างด้วยล่ะค่ะ
Jabawock (2007-02-18 23:24)
หุ่นใช้conceptคล้ายๆAquarionแฮะ แบบนี้อาจได้เห็นท่าไม้ตายหลายแบบตามแต่ว่าใครขับ