รายงานอีเวนท์ "โซคิวโนะฟาฟเนอร์" fafner only event 2006.10.22sun.
fafner only event report
2006.10.22 sun
tokyo bungu kyohwa kakkan 2f room abc
ตื่นมาพร้อมกับเช้าที่หนาวเหน็บ ก้าวขึ้นรถไฟสายโซบุเซ็น มุ่งหน้าไปยังสถานีอาซาคุซะฮาชิ เมื่อคราวที่แล้วที่มาญี่ปุ่นระเคยมาอีเวนท์ของคีร่ากับคาการิที่ตึก tokyo bungu kyohwa kakkan นี้มาก่อน(ตึกนี้มักจะใช้เป็นที่จัดพวกโอนลี่บ่อยมาก) การเดินทางมาที่นี่เลยไม่ยากนัก ตอนมาถึงสถานีประมาณก่อน 10 โมงนิดๆ ในใบปลิวเค้าบอกว่าห้ามมาถึงงานก่อน10โมงเลยจะเดินไปซูปเปอร์หาซื้อน้ำมาเผื่อกินในงาน ตอนจะข้ามถนนสิ มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาถามทางเรื่องสถานีรถไฟ .....(เอ่อ...ระคนต่างชาตินะคะ ไม่ใช่คนญี่ปุ่น !!!!!!!!!!มาถามทางแล้วจะรู้ไหมเนี่ย...หน้าเหมือนคนญี่ปุ่นตายล่ะ..หรือเหมือน!? คนเดียวไม่เท่าไหร่นะ วันอื่นมีผู้หญิงอีกคนมาถามทางไปทางรถไฟเหมือนกัน...ดีนะที่รู้จักทางในชินจูกุเลยบอกทางไปได้ มีคนมาถามหลายคนแล้วชักไม่แน่ใจว่า ตัวเองจะถูกดูดกลืนกลายเป็นคนญี่ปุ่นแล้วหรือเปล่าเนี่ย)
พอ10โมงเดินไปที่งาน เจอคนเข้าแถวอยู่ก่อนแล้ว 30กว่าคนได้ ดูจากตอนที่ซื้อแพมเฟลทหน้างานมาแล้วดูจากบัตรคิวได้คนที่ 38

ใบปลิวเวอร์ชั่นล่าสุด ตอนท้ายงานจะมีรูปนี้เป็นโปสเตอร์ขนาดยักษ์แจกให้ด้วย

รูปเล่มแพมเฟลท สีขาวสะอาดตา(เปื้อนง่ายเพราะมีรอยมือระประทับการเป็นเจ้าของไว้เรียบร้อย) เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเข้างาน11โมง ทางสตาฟจึงให้ยืนเข้าแถวรอเข้าคิวตามบัตรคิว ระหว่างที่รอก็เปิดดูเซอร์เคิ่ลที่เล็งไว้ว่าจะไปซื้อโดอย่างเมามันส์ ในใจคิดจะดูไปทำไมนะ ถ้าเอาเข้าจริง คงเหมาหมดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เนื่องจากคราวนี้คิดดว่าต้องขนกลับเอง ก็เลยยังมีสติที่จะยับยั้งความโลภไว้บ้าง .... รอไปคุยกับทานุไปเรื่อยๆ รอบข้างก็มีคนพูดถึงเรื่องฟาฟเนอร์อยู่เรื่อยๆเหมือนกัน ดีใจ T[]T

ที่เค้าแจกบัตรคิวเนี่ยเพื่อกันคนไม่ให้เยอะและวุ่นวายเกินไปค่ะ ถ้าคนเยอะมากๆเค้าก็จะจัดเวลาให้ซื้อถ้าถึงเวลาต้องออกมาแล้วถึงจะเข้าไปใหม่ได้( กรณีของฟาฟเนอร์จะเข้าใหม่ได้ตอน12.20 แต่คนไม่แออัดเลยอยู่ในงานได้จนถึงเลิก )
พอถึง11โมงสตาฟก็เรียกให้เข้าไปตามลำดับทีละ20คน ก่อนเข้างานก็จะแจกสติ๊กเกอร์ของ อัลวิส อย่างรูปข้างบนให้ทีละคน ระแอบไปเห็นของเซอร์เคิ่ล จะเป็นบัตรแบบเข้าอัลวิสเลยสวยมาก (นึกไม่ออกนึกถึงบัตรภาคขวาซ้ายที่ยูมิเจอก็ได้ค่ะที่เอาไปเข้าอัลวิสน่ะแบบนั้นเลย)

แพมเฟลทจะเป็นรุปแบบง่ายๆแต่ปกแอนโธโลจี้ของงานจะงามสุดๆเลยค่ะ อย่างภาพข้างบนก็เป็นแอนโธโลจี้ที่ระลึกของงานนี้900เยน นอกจากนั้นก็จะมีของที่ระลึกขายเป็นแผ่นป้ายงานศาลเจ้าสึซึมุระ อันนี้ระซื้อมา แล้วก็แก้ว อย่างละ500 เยน แก้วนี้ระกลัวแตกเลยไม่ได้ซื้อ พอซื้อของที่ระลึกเสร็จจากนั้นก็ถึงเวลารบต่ะ ตามล่าโด บึ่งไปเซอร์เคิ่ลนี้เลยที่แรก ระหว่างเดินในงานก็จะมี bgm ฟาฟเนอร์เปิดคลอไปตลอด โอ๊ววโลกของฟาฟเนอร์ที่แท้จริง

ถ้าพูดถึงโดของฟาฟเนอร์ ชื่อโดของซาโอริซังจะผุดขึ้นมาก่อนเป็นชื่อแรก ก็เลยไปอุดหนุนโปสการ์ด (โดฟาฟเนอร์ของเค้าระเหมามาหมดแล้ว) แล้วก็ได้ใบปลิวโฆษณาภาพข้างบนนี้มา เค้าวาดคาซึกิได้เอโร่ยมาก ระชอบจริงๆค่ะ ว่าแล้วก็โปรยสึเกบุ๊คให้เป็นเจ้าแรก ตอนแรกระขอ 2 คน แต่เค้าให้คนเดียวก็เลยเลือกคาซึกิมา (อ้อ ใครที่จะไปงานคอมมิคซีซั่นนี้ระจะเอาสึเกะเล่มนี้ไปด้วยใครอยากเห็นมาขอดูกันได้นะคะ)
ทั้งงานขอมาได้ทั้งหมด 5 คน บางคนระก็ไปดูเวบเค้าบ่อยๆ บางคนก็ไม่ได้วาดเปล่าๆนะลงสีน้ำให้ด้วย อเมซิ่งมากๆ เพราะระไม่เคยขอสึเกะบุ๊คใครมาก่อนมีวาดแบบนี้ให้ปลื้มสุดๆเลยล่ะ อย่างของทานุคนนี้ระไม่ได้ไปให้เค้าวาดเพราะสึเกะบุ๊คระติดคนอื่นวาดให้อยู่ คนนี้ที่วาดให้ทานุเค้ายืนวาดไปด้วยยืนคุยไปด้วย แบบว่าวาดได้ช่ำชองมากกกกก เซียนเห็นๆแล้ววาดโซชิออกมาหล่อสุดๆเลย (ทานุอย่าลืมสแกนนะแลกกับลุค) โซนนอมอลก็ไปขอสึเกะ วาดทั้งเรียวกับยูมิมาให้ทั้ง 2คนเลย เป็นภาพเรียวกำลังหลับแล้วยูมิมองดูอยู่ ^-^b มีอีกคนคนสุดท้ายที่วาดให้ระคนนี้ดูเค้าตั้งใจวาดสุดๆเลยค่ะ วาดลงสีน้ำให้ด้วย ตอนแรกมันจะเลิกงานแล้ว ระก็บอกว่าให้วาดตัวเล็กๆก็ได้ แต่เค้าวาดให้แบบเต็มๆแถมลงสีแบบสมบูรณ์สุดๆคิดดู วาดจนเลิกงาน ของบนโต๊ะเค้ายังไม่ได้เก็บเลยง่ะ ปลื้มๆๆๆๆๆ

ข้างบนเป็นโด+แอนโธ บางส่วนที่ซื้อมา ตอนนี้กำลังจัดเก็บอยู่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลย เดินไปซื้อไป จนถุงทานุเต็ม........หมดตัวไปเยอะ ... พอคิดว่าเป็นงานสุดท้ายแล้วคงจะหาซื้อยากแล้วมันก็ยั้งไม่อยู่ กลับมาไทยไม่รู้จะไปหาที่ไหน

นอกจากโดก็มีพวกโปสการ์ดงามๆขายด้วย ก็ไปสอยกลับมาเช่นกัน บางเซอร์เคิ่ลซื้อแล้ว ยังมีขนมแถมให้อีก เรียกว่าทั้งอิ่มตาอิ่มใจและอิ่มท้องเลยก็ว่าได้

อันนี้เกมแคมเปญเล่นหนุกๆระหว่างงาน ระหว่างซื้อโด แต่ละเซอร์เคิ่ลจะมีสติ๊กเกอร์มาให้ด้วย ถ้าสะสมสติ๊กเกอร์ครบ 5ใบ เอาไปแลกของรางวัล "ผ้าที่ใช้ตอนเข้าออนเซ็นของที่บ้านมาโมรุ"ได้ ถ้าสะสมครบ 10 ใบก็จะได้"สแทร็ปที่ห้อยโทรศัพท์ บอกละติจูดที่ตั้งของเกาะในตอนจบ" ซึ่งระเก็บใบนี้ได้เต็ม 3 ใบ....คิดดูล่ะกันว่าระห่ำซื้อไปกี่เล่ม........ก็พอดีเลยให้ทานุไปชุด ให้พี่ชายไปชุดนึง

โดเล่มนี้ก็ทำความอเมซิ่งให้ระมากเช่นกัน หน้าปกงามสุดๆรู้ไหมคะว่ามันคือ......
............................
.................................................
โดจินชิที่คนเกาหลีวาด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ตัวอย่างข้างใน ภาพงามสุดๆเลย แถมมุขก็ฮากลิ้ง มีฉบับแบบแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นเล่มเล็กๆมาให้ด้วย ขายดีมากค่ะ เพราะตอนระไปก็เหลือไม่กี่เล่มแล้ว อินเตอร์จริงๆน้า ฟาฟเนอร์เนี่ย มางานนี้แล้วเจอคนที่ชอบเหมือนกันนี่ มีความสุขสุดๆ
แล้วระได้ไปเจอเพื่อนที่ขายโดจินในงานนี้ด้วยเหมือนกัน เอาฟาฟเนอร์ดีวีดีไทยไปฝาก เค้าชอบมาก ให้เพื่อนคนอื่นดูด้วย อเมซิ่งไทยไปตามๆกัน(หน้าปกเราไม่เหมือนญี่ปุ่นน่ะ) ยังถามเลยว่าจะมีอีเวนท์ในไทยบ้างไหม คำถามนี้เล่นเอาคนโดนถามพูดไม่ค่อยออกเลย เหอๆๆ ...........
ตอนช่วงบ่าย 2 ทางสตาฟจะมีเกมบิงโกให้เล่น ใครบิงโกก็ไปแลกของรางวัลได้ ของรางวัลนี้ส่วนใหญ่จะเป็นของเกี่ยวกับฟาฟเนอร์น่ะค่ะ จริงๆระก็มีเกือบหมดทุกอย่างแล้วเว้นแต่โปสเตอร์ยักษ์ภาคขวาซ้ายนี่สิ อยากได้ แต่เพราะไปเดินดูงานไซบอร์ก009ข้างบน เลยยังไม่ได้เขียนบิงโกท้ายปกตอนที่เค้าเล่นกันก็เลยได้ดูยืนลุ้นตามคนอื่นไปพลางๆ
บิงโกนี้จะเป็นบิงโกบทพูดค่ะ จะมีบทพูดของตัวละครมาให้อย่างเช่น "ขอบคุณนะฟุมิฮิโกะที่เลี้ยงดูคาซึกิมา" "รอ 5วิ" "ถ้าเป็นเราสองคนบินได้แน่..."อยากกลับ อยากกลับไปที่เกาะ" มีเยอะกว่านี้นะอันนี้เลือกมาเป็นตัวอย่าง
แล้วเลือกบทพูดนี้มาใส่ในช่องไหนก็ได้ แล้วถ้าคำพูดตรงตามที่จับฉลากออกมา 1แถวไม่ว่าจะแนวตั้งนอนหรือเฉียงก็เอาไปแลกรางวัลได้ทันที
ปกติถ้านึกถึงตอนจับฉลากอิมเมจก็จะมีแต่แผ่นกระดาษเล็กๆ ใช่ไหมคะ อันนี้สตาฟถือถุงออกมาใหญ่มาก โหฉลากอะไรฟะจะใหญ่ขนาดนั้น(ระคิดในใจ) ทางสตาฟก็จะเดินร่อนให้คนในงาน รวมทั้งคนขายโดจิน หรืออาสาสมัครใครก็ได้เป็นคนจับฉลากคำพูดนั้นออกมาค่ะ
พอคนแรกที่จับขึ้นมาทำให้ความสงสัยระหายไป ฉลากนั้น เป็นฉลากยาวๆเขียนคำพูดลงไปติดลงบนขนมแท่งๆค่ะ สรุปคือคนจับฉลากเนี่ยได้ขนมเป็นของแถมไปด้วยเลย แล้วสตาฟก็เดินมาทางระให้ระได้จับด้วย ^-^ พอจับแล้วเค้าก็จะให้คนจับอ่านคำพูดนั้นด้วย แล้วแต่ละคำพูดนะ สุดๆจริงๆ แต่ละฉากนี่ผุดขึ้นมาในใจ เกมนี้สนุกมากเล่นเอาลุ้นกันทั้งงานเลยล่ะ แอบเสียดายนิดๆแฮะที่ไม่ได้เล่นด้วย เพราความเสียดายแพมเฟลทไม่อยากให้มีรอยเขียนนั่นเอง........
พอจับกันเสร็จทางสตาฟก็ให้เป่ายิงฉุบ แข่งกันเพื่อเอาโปสเตอร์ขนาดยักษ์รูปเดียวกับหน้าปกของแอนโธในงาน อันนี้ระอยากได้ก็เลยไปแข่งแพ้เพราะเสมอนี่สิเจ็บใจจจจจจ (คือถ้าออกกระดาษเหมือนกับเจ้าของงานก็เหมือนกับเราแพ้น่ะค่ะ ) อีกอันเป็นแผ่นป้ายอธิษฐานที่เขียนคำพูดของคาซึกิ ขอให้โซชิกลับมาอย่างปลอดภัย กะจะเอาไปให้พี่ชาย สุดท้ายก็เป่าเสมอแพ้อีกแล้ว ฮือๆๆๆๆ ไม่มีดวงทางด้านเป่ายิงฉุบเลยจริงๆ เจ็บใจๆๆๆ
นอกจากนี้ยังได้ไปถ่ายรูปกับคนคอสคาซึกิที่ใส่ชุดชิเนอร์เจติคสูทมาด้วยล่ะค่ะ โอ๊วววว เท่สุดๆไปเลย แถมเค้าโอบมาด้วย เนียนว่าเป็นคาซึกิไปแล้ว(;´Д`)ハァハァ !!!!!
พอสตาฟแจกของจนหมดตัวกันแล้วก็ถึงเวลาปิดงาน พอกล่าวปิดงานแล้วรู้สึกเหงาๆยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็เป็นวันหนึ่งที่สนุกมากเลยค่ะ ได้เข้าไปอยู่ในดงฟาฟเนออร์อีกครั้ง หลายคนก็ยังหวังว่ามีภาคต่อ มีเพื่อนระคนหนึ่งพูดว่า ถ้ามีต่อคงจะได้เจอกันอีกนะ พูดแล้วเหมือนตัวเองเป็นโซชิยังไงไม่รู้แฮะเหอๆๆ
สรุปรวมได้โดมา 50กว่าเล่ม น้อยกว่าคราวก่อนเพราะคราวนี้ระไม่เหมาหมดทุกเซอร์เคิ่ลนั่นเอง...แต่ถ้ามีเวลาให้อีกนะไม่แน่ อาจจะป็นเพราะคราวนี้ ได้โปรยสึเกะบุ๊คครั้งแรกด้วยเลย ตื่นเต้น ก็เป็นอีเวนท์ที่จะไม่มีวันลืมไปอีกวันล่ะค่ะ
จริงไปงานไซบอร์ก009ด้วยแต่แป๊บนึง ส่วนงานไก ของเทลล์อาบีส คิดว่าทานุน่าจะอัพนะ.....
Comments
Nagisa Uriel (2006-10-31 18:59)
เป็นรีพอร์ทที่สุดยอดมากๆเลยค่ะ ><
ชอบบัตรเข้างาน แบบว่าสุดๆไปเลยอะค่ะเป็นเหมือนของที่ใช้เข้าอัลวิสเลย >W<
แค่อ่านรีพอร์ทก็เหมือนได้ไปเองแล้ว
โฮ้ๆๆ ชอบไอเดียที่สะสมสติกเกอร์ด้วยแหละ น่ารักมากๆเลย แบบนี้ยิ่งทำให้อยากซื้อโด
<
ขอบคุณที่เอามาเล่าให้ฟังนะคะ หุหุ
::Materia Hunter:: (2006-10-31 20:08)
งาม งาม มีแต่โดงามๆ แอนโธงามๆ
กิจกรรมก็น่าสนุกมากมายโอ๊ววว
อยากให้เมืองไทยมีงานโอนลี่แบบนี้มั่ง
โอนลี่ อ.ฮิราอิก็ยังดีน่ะ T^T
~citrus~ (2006-10-31 21:48)
สุดยอดมากๆเลยค่ะ ชอบงานของทางญี่ปุ่นจริงๆ โอนลี่อีเวนท์ยังอลังการขนาดนี้ แถมงานแต่ละคนสวยสุดๆ เห็นแล้วแทบน้ำตาไหลพราก... T T
Aisa ประธานสภาถั่วฯ (2006-11-01 19:39)
รีพอร์ตละเอียดสุดยอดค่ะ ขอบคุณที่มาเล่าแบ่งปันกันนะคะ
เป็นความทรงจำที่ดีมากๆเลย อยากมีโอกาสได้ไปโอนลี่อีเวนท์ฟาฟเนอร์บ้างจัง การได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ชอบเหมือนๆกันนี่เป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆเลยนะคะ
แอบหวังอยากให้ฟาฟเนอร์มีภาคต่อเช่นกันค่ะ