ตะลอนเที่ยวดอย ณ เชียงใหม่

ขอทริปนี้แซงคิวก่อนรีพอร์ทฟาฟเนอร์สักหน่อยนะคะ พาเที่ยวญี่ปุ่นมาเยอะแล้ว แวะพักเที่ยวในไทยมั่ง

ไปเที่ยวเชียงใหม่มาค่ะ ปกติถ้าไปเชียงใหม่ อย่างมากนี้ไปแต่พื้นราบ (ล่าสุดปีก่อนก็ไปเยี่ยมหลินปิงมา ตัวยังน้อยอยู่เลย) ไม่เคยขึ้นดอยกะเขาสักที คราวนี้ก็เลยเป็นทริปคุณแม่ชวนไป(เป็นเพื่อน)ตะลอนบนดอยโดยเฉพาะเลยล่ะค่ะ

เป็นครั้งแรกที่นั่งเครื่องบินในประเทศไป ใช้เวลาชั่วโมงกว่า มีความรู้สึกว่า เห เร็วจัง ( แหม ปกติไปญี่ปุ่นทีก็นั่งลุ้นตั้ง 5-6ชั่วโมงแหนะ  ถ้านั่งรถขับไปจากกรุงเทพ ฯ เองนี่ก็เมื่อยแล้ว เมื่อยอีก เมื่อยจนลืม )

มาถึงเชียงใหม่ก็มุ่งหน้าไปดอยอินทนนท์เป็นอันดับแรกเลยล่ะค่ะ

ไกด์บอกว่า ถ้าตอนเช้า ๆ จะมองเห็นเป็นทะเลหมอกเลยล่ะ แต่ตรงนี้ยืนถ่ายมาแบบขาสั่น(มาก) คือ ตอนยืนถ่ายไปยืนแนวริม ๆ ภูเขา (กลัวความสูงง่ะ) บวกกับอากาศหนาว

วันที่ไปนี่อุณหภูมิบนดอยสูงสุด 15 องศา ต่ำสุด 4 องศาน่ะค่ะ  นึกว่าจะไม่หนาวเท่าตอนไปญี่ปุ่นซะอีก ตอนกลางวันยังพอทนได้แต่กลางคืนนี่สิ......หนาวได้โล่ห์ทีเดียว.... (●´⌓`●)

รูปนี้พยายามถ่ายให้ติดทั้ง  พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ คู่กันน่ะค่ะ ดอกไม้ที่ปลูกรอบ ๆ สวยมากเลย  ในรูปดอกไม้นี่แดง ๆ เป็นกุหลาบพันปีที่ในหลวงปลูกด้วยล่ะค่ะ

และในที่สุด เราก็

มาเหยียบตรงจุดสูงสุดของประเทศไทยจนได้ !!!!!!!!!!!!!!!!!! เย้ คือไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าจะได้มา พูดง่าย ๆ คือ ถ้าไม่มากับทัวร์คราวนี้  ชีวิตนี้อาจจะไม่ได้มาเหยียบที่นี่เลยก็ได้ โห คิดแล้วขนลุกอ่ะ ตอนนั้นมองไปบนท้องฟ้า แทบจะคว้าเมฆได้เลย

ตรงนี้เป็นหมุดหลักฐานจุดสูงสุดแดนสยามค่ะ มองไปคล้าย ๆ หัวตะปูอันโต ๆ มีคนเอาเหรียญมาวางเสียบไว้รอบ ๆ หมุดด้วยแหละ  (จริง ๆ ถ่ายรูปมานะแต่ไม่ให้ดู ให้ไปดูกันเอาเอง มีกั๊ก ๆ )

ส่วนอันนี้เป็นสวนบรรยากาศรอบ ๆ ที่พักน่ะค่ะ ดอกไม้สวย ๆ บานเต็มไปหมด สวยมาก ๆ เลย

น้ำตกที่อยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณที่พักค่ะ ตอนไปถึงคนน้อยแล้ว เพราะมันเริ่มจะมืดแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ยังทันพอได้รูปสวย ๆ มานะ ถ้าตอนกลางคืนนี่ กล้องระจะเบลออย่างแรง

ที่ที่ไปพักคืนแรกที่ดอยอินทนนท์ค่ะ กว้างใช้ได้เลย ดีทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียว ไม่มีฮีทเตอร์ ฮือ ๆ ๆ ๆ นอนหนาวสุด ๆ เลยอ่ะ ตอนกลางคืนลมก็พัดแรง หน้าต่างกระทบลมดังปั๊ก ๆ ๆ ตลอดเลย  มองออกไปนอกหน้าต่างนะ วิ้ว ๆ ต้นไม้ก็โบกสะบัด ข้างในหนาวขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าข้างนอกจะขนาดไหน

บริเวณที่พักเช่นกันค่ะ ทางเดินระหว่างจะลงไปทานข้าวที่ร้านอาหาร

ขาลงจากดอย แวะน้ำตกวชิรธารค่ะ สูง และสวยมากเลย สังเกตดี ๆ ด้านล่างของภาพ(น้ำตก)จะติดรุ้งมาด้วยล่ะ

วันต่อมา ไปดอยอ่างขางค่ะ ที่นี่เตี้ยกว่าดอนอินทนนท์ก็จริง แต่ไกด์บอกว่า หนาวกว่าดอยอินทนนท์อีก แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนไปถึงเนี่ย มันมีเรื่องตื่นเต้น

อีทางขึ้นดอยนี่สิ เสียวสุดยอดเลยง่ะ ทั้งชัน ทั้งโค้งหักศอก โอ๊ยยย แม้เจ้า ชีวิตนี้เกิดมายังไม่เคยขึ้นเขาที่ชันแบบนี้มาก่อนเลย  นั่งลุ้นตลอดทางขึ้นดอย กลัวรถจะไหลถอยหลัง บางทีหักมุมแล้ว เลี้ยวขึ้นเลย อย่างงี้ นั่งเอวบิดซะเมื่อยตรูดเลย (เกร็งเพราะเสียวด้วยอ่ะ)  (แต่ยังมีกะใจถ่ายรูปมาได้อีกนะ)

ดีนะที่คนขับรถตู้ที่ระนั่งไปเค้าชำนาญทาง คือเขาขึ้นดอยนี้มา 10 ปีได้แล้วค่ะ (ค่อยโล่งอกไปนิดหน่อย)

โอ๊ววว นี่ก็เป็นอีกที่ ที่ไม่คิดจะได้มายืนเช่นกัน ระหว่างทางก่อนมาถึงจุดนี้ ได้เห็นเด็กชาวเขาเพิ่งกลับมาจากโรงเรียนบนดอยแล้วกำลังเดินกลับไปหมู่บ้านด้วยล่ะค่ะ พอรถผ่านน้อง ๆ ก็บ๊ายบายให้

มีอยู่ช่วงนึง รถตู้ของระจอดรถแวะให้ผลไม้กับเด็ก ๆ ที่กำลังเดินกลับบ้านประมาณ 7-8 คนได้ คือ ตอนแรกน้องเค้าก็มารุมกันเลยนะ แล้วทีนี้คนขับก็เลยบอกว่า ให้เข้าแถวแล้วแจกกันไม่ต้องแย่งกันนะ  พวกน้อง ๆ นี่พอได้ยินก็จะมีคนนึงถือถุงแล้ว คนที่เหลืออีก 7คนเนี่ย ยืนเรียงแถวรอรับของทันทีเลยล่ะค่ะ สุดยอด รถขับเลยไปไกลแล้ว ยังมองเห็น น้องเค้าเข้าแถวกันรอยืนรอรับผลไม้กันอยู่เลย

นู้น เห็นมั้ย ธงชาติของพม่าตรงนั้นน่ะ  ข้ามรั้วไม้ไป ก็เป็นเขตของพม่าแล้วล่ะค่ะ

แถวที่ระยืนนี่มีหลุมหลบภัยด้วยนะ ไม่ใช่วันไหนนึกครึ้มยิงมาทีนี่น่ากลัวแฮะ (แต่แถวนี้ไม่น่าจะมีอะไร)

ระไปถึงช่วงตอนเย็น ๆ น่ะค่ะ พอ 6 โมงพี่ ๆ ทหารก็มายืนร้องเพลงชาติ(ร้องปากเปล่า) กันด้วย คือได้ยินแล้ว ขนลุกเลยอ่ะ (ขนลุกอีกแล้ว) แบบว่า เราอยู่บ้านกันสะดวกสบาย พวกพี่ ๆ ทหารก็คอยรักษาประเทศให้เรา ก็ขอขอบคุณพี่ ๆ ทหารตามชายแดนทุกท่านที่คอยรักษาประเทศไทยให้ด้วยนะคะ

ชาวเขาหมู่บ้านนอแลมาขายของให้นักท่องเที่ยวค่ะ มันเผานี่ทานตอนหนาว ๆ อร่อยมาก (ตอนแรกกะจะไปกินที่ญี่ปุ่นนะเนี่ย กลับมาได้ทานที่บ้านเกิดเฉยเลย)

กลางคืนว่าที่ดอยอินทนนท์หนาวแล้วนะ มาเจอที่อ่างขางยิ่งกว่าจริง ๆ ค่ะ 2 องศา(ครึ่ง) ขอบคุณนะยังมี .5 ให้อีก  แต่ที่นี่นอนไม่ค่อยหลับเลยค่ะ มันหนาว ขนาดห่มผ้าห่มแล้ว ยังหนาวอยู่เลย  ทำไมไม่มีฮีทเตอร์หนอ

อีกอย่างระก็ไม่นึกว่าจะหนาวมากขนาดนี้ เลยไม่ได้เตรียมเสื้อหนา(มาก)ไป แต่ยังดีที่พกลอนจอนไปด้วย ก็ยังพอเอาอยู่  ตอนเช้าตื่นมานี่ พูดทีควันออกปากเลยอ่ะ ล่าสุดที่ไปญี่ปุ่นมาไอยังไม่ออกปากนะ....

บ้านพักที่ไปพักค่ะ มีเตาผิงด้วยแหละ แต่เตาผิงไม่ได้อยู่ในห้องนอนนิ.....

ถ่ายตอนขาลงจากดอยอีก เสียวพอกัน ที่เห็นนี่คือหักศอกหมดเลยนะ.ทางมันทับไปทับมา... อารมณ์ขาลงเหมือนเล่นล่องแก่ง ดู ๆ ไปเหมือนขาลงไม่ค่อยจะน่ากลัวเท่าขาขึ้น แต่บางคนบอกว่า ขาลงก็ยาก เพราะจะเบรคบ่อยอะไรประมาณนี้น่ะค่ะ

อีกอย่างที่สังเกตตั้งแต่ ตอนขาไป และขากลับ ระหว่างผ่านตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว นั่นก็คือ

ไมโลดิบ!?

แถวบ้านระไม่มีขายแฮะ จะลองกินดูเหมือนกัน แต่ตอนที่รถไปจอดแวะตามที่พักทีไร ไม่ใกล้ร้านไมโลดิบสักเจ้าเลย สุดท้ายก็ไม่ได้กิน (เศร้า)

ทริปนี้เกือบจะโอเคแล้วนะ เพราะหลาย ๆ ที่ ระคงจะไม่มีโอกาสได้ไปเหยียบแน่ ๆ ดอยอินทนนท์ยังพอจะขับรถไปได้ แต่ดอยอย่างขางนี่สิ ถ้าไม่ชำนาญทางอาจจะขึ้นดอยยากและเสี่ยงมากไปหน่อย

สุดท้ายที่ทำให้เสียความรู้สึกคือ การดีเลย์ของเครื่องบินขากลับนี่แหละค่ะ

จู่ ๆ เครื่องบินลำที่ระจะนั่งมีปัญหาขัดข้อง เจ้าหน้าที่ที่เซ็นต์อนุมัติให้เครื่องขึ้นยังอยู่ที่ดอนเมือง ยังมาไม่ถึงเชียงใหม่  เหมือนเครื่องจะมีปัญหาด้วย

ไอ้เรื่องเครื่องมีปัญหาแล้วบินไม่ได้ ไม่โกรธหรอก ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด

แต่ทางพนักงานไม่ยอมแจ้งที่จะให้ผู้โดยสารไปสายการบินอื่นจำนวนเท่านี้ ๆ ผ่านไมค์เลย ต้องให้ไปยืนรุมถามกัน ถึงรู้ว่าเครื่องบินไม่ได้ แล้วเขาก็จะหาให้ขึ้นของสายการบินอื่นไปแทน คือ ถ้าใครมัวแต่นั่งรออย่างเดียวไม่ไปยืนฟังก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ แล้วดีเลย์นี่ไม่ใช่แค่ 1-2ชั่วโมง คือเครื่องเวลาที่ระจะขึ้นแคนเซิ่ลไปเลย ก็ต้องหาสายการบินอื่นเวลาอื่นให้แทน ต้องไปโหลดกระเป๋าขึ้นใหม่อีก

แทนที่จะได้กลับมาถึงบ้านตอน 1 ทุ่ม กลับมาถึงตอนตี 2 ซะงั้น (อารมณ์เกือบใกล้เคียงกับการขับรถไปเองเลย แต่การรอและวุ่นอยู่กับว่าจะได้กลับเมื่อไหร่เนี่ยมันอารมณ์เสียสุด ๆ ไม่อยากคิดเลยว่า ถ้าไม่ใช่ภายในประเทศนี่จะฟังภาษาเค้ารู้เรื่องไหม)

เข็ดแล้วค่ะ สายการบินสีเหลืองเนี่ย (ทัวร์จัด) เลยได้นั่งสายการบินสีแดงกลับบ้าน  แต่ถ้าในประเทศคราวหน้าระขอขึ้นการบินไทยดีกว่า

นั่งเครื่องบินมา 10กว่ารอบ มาเจอแบบนี้ครั้งแรกจริง ๆ  เอาฟระ ถือเป็นประสบการณ์(เลวร้าย) ครั้งนึงแล้วกัน


เมื่อกลางวันฟังข่าวคุณสรยุทธพูดกับคุณไก่ คุณไก่เคยเป็นสจ๊วตมาก่อนบอกว่า แอร์ไม่จำเป็นต้องยกกระเป๋าขึ้น(ตรงที่นั่งบนศีรษะ)ให้ผู้โดยสาร   <----   โห ระไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย แต่ปกติแล้ว ตอนที่นั่งแจล คือ กระเป๋าขาไป ระไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ระจะถอดรองเท้าเหยียบเบาะที่นั่งตัวเอง(ปกติชอบนั่งข้างทางเดินอยู่แล้ว เพราะลุกไปห้องน้ำบ่อย )แล้วขึ้นเอาเป้ไปวางข้างบนเอง (คนมันตัวเล็กง่ะเลยต้องเหยียบเบาะขึ้นไป มันเอื้อมบ่ถึง)  แต่ขากลับ ถ้ามีพี่แอร์ยืนต้อนรับแถวที่ระนั่งก็จะบอกให้ช่วยเอากระเป๋าขึ้นวางให้ด้วย  ถ้ามันหนักระก็จะช่วยยกด้วยตลอด (เพราะยังไงระก็กลัวของมันกลิ้งต้องดูทุกที)  มีครั้งนึงปลื้มมากเลย ตอนนั้นเป็นกระเป๋าแบบลากแล้ว ข้างบนที่มันเต็ม พี่แอร์เค้าก็เอาของ ๆ ระไปไว้ในที่ ๆวางของ ๆ พี่แอร์เค้าแทน ใจดีมากเลยค่ะ ซึ้ง 5 ปีแล้วมั้ง ตอนนี้ยังจำได้ดี

แล้วปกติของแจลจะไม่ให้วางของไว้บนพื้น  (เพราะเวลามีอะไรฉุกเฉินมันจะได้ไม่เกะกะ)  พอมาเจอในประเทศ แบบว่า พอเอาวางข้างบนไม่ได้แล้ว บอกให้วางที่ขาได้เลย ( งงเลยทีนี้)  แถมที่ยังแคบกว่าอีก ก็แน่ล่ะลำมันเล้กกว่านิ...

ไปครั้งนี้ได้ประสบการณ์แปลก ๆ มาตรึมเลยค่ะ แต่แบบดีเลย์นี่ ไม่ขอเจออีกแล้วนะ (โครต)เข็ดเลย


Comments

Pureriku (2011-01-30 01:31)

สวนผึ้งก็หนาวพอๆกะเชียงใหม่นะค่ะ

มีโอกาสก็แวะมาเที่ยวนะค่ะ

Affro (2011-01-30 01:36)

ซ๊วยสวย น่าไปมากๆๆ

แต่ไม่มีตัง

Uriel*幸村が大好き!! (2011-01-30 01:46)

ไมโลดิบอร่อยมากค่ะ *-*

จริงๆมีสาขาเกลื่อนเมืองเชียงใหม่ทีเดียว

ยิ่งใกล้ๆเขตมหาวิทยาลัย

รอบหน้าถ้ามาเที่ยวใหม่แวะชิมให้ได้นะคะ *-*

Kuroiketaro (2011-01-30 08:35)

พูดถึงอ่างขาง ผมเองยังไม่เคยขึ้นไปเที่ยวเลยแฮ่ะ แม้จะทำงานอยู่ใกล้ๆเชียงใหม่

ขอบคุณสำหรับบรรบากาศบนดอยนะครับ เห็นสวยๆแบบนี้+หนาว ค่อยมีกำลังใจหาเวลาไปเที่ยวบ้าง

vana-chan (2011-01-30 09:59)

ฮ่าๆ พลาดนะคะคุณระ ไม่ได้กินไมโลดิบนี่

มาคราวหน้าอย่าลืมแวะกินนะคะ

เห็นเขาว่าเจ้าแถวมอชออร่อยสุดค่ะ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญ (?)

คาดว่าเพราะนักศึกษาแถวนั้นกินบ่อยนี่ล่ะ

[さよ]sayo (2011-01-31 06:25)

เคยคิดจะไปแถวนั้นอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลย แต่แถวๆดอยอินทนนท์เคยขึ้นไปอยู่ เลี้ยวหักศอกกันได้น่ากลัวมากๆค่ะ มึนงงมาก 555

ทางเหนือเองก็ท่าจะหนาวจัดจริงๆนะค่ะเนี่ย ขอบคุณสำหรับภาพบรรยากาศบนดอยนะค่ะ เห็นแล้วน่าไปจริงๆค่ะ

fafner (2011-01-31 10:58)

ไมโลดิบ ถ้าได้ไปต้องหาลอง

ไม่ได้ขึ้นดอยมา 10ปีแล้วแล้ว

เรื่องเครื่องขากลับดีเลย์นี่ นกแอร์รึเปล่า เจอมาหลายคนแล้วประจำเลย

Read more

ปิดบล็อกแล้วจ้า

มาปิดบล็อกแล้วจ้า คิดว่าไม่น่าจะมีคนมาอ่านแล้วเนอะ ไม่ได้โพสเป็นปีแล้ว คงถึงเวลาจากลาแล้วสักทีสินะ ฮือ ๆ  ยังไงคนที่ยังอยากตามข่าวฟาฟเนอร์ (แต่อาจจะไม่เข้มขึ้นแบบแต่ก่อน) ไปตามกันต่อได้ที่เฟซบุ๊กนะคะ Sakura Felice  +++ถ้าจะขอเป็

By Azul

แปล EXODUS ฉบับที่ 1 ค่ะ

เหตุผลที่ยังอยู่ที่นี่ ...... การต่อสู้อันต่อเนื่องที่แสนจะยาวนาน ในระหว่างที่โลกกำลังอ่อนล้า ถ้าหากต่างคนต่างเข้าใจตัวตนของกันและกัน การต่อสู้ก็คงจะจบลงไม่ใช่เหรอ... ความหวังอันแสนจะเล็กน้อยนั้น มันตั้งใจจะเกิดขึ้นในซอกมุมหนึ่งของโลก..... มาคาเบะ คาซึกิ  ไปสู

By Azul

ข่าวคราวฟาฟเนอร์ EXCODUS ฉบับที่ 1

มาแล้วจร้าาาาาาา  หลังจากที่เงียบหายไปนาน ข่าวคราวฉบับที่ 1 ของภาค EXCODUS อัพแล้ว ตามไปชมโดยพลัน http://www.xebec-inc.co.jp/xebeczwei/sf_kairan20130322.html เป็นที่วีซีรีย์ มีทั้งหมด 26 ตอน กำลังอยู่ในระหว่างการสร้าง 2 คูลลลลลลลลลลล เย้ !!!!!!!!!!!!!! ได้ดูกั

By Azul

ข่าวคราวฟาฟเนอร์ EXCODUS

สวัสดีปีใหม่ทุก ๆ คนค่ะ ไม่ได้เขียนบล็อคนาน ยังสบายกันดีอยู่ใช่ไหมเอ่ย ปีนี้ขอให้ทุก ๆ คนสุขภาพแข็งแรงนะคะ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเกี่ยวกับภาค EXCODUS ประกาศออกมาอย่างสายฟ้าแล็บเมื่อประมาณ 11 Jul 2011 รายละเอี

By Azul